วิธีวัดไข้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ที่คุณแม่ควรรู้

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีวัดไข้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ที่คุณแม่ควรรู้  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 12, 2018, 05:29:41 PM
  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 92
    • ดูรายละเอียด


       ปกติแล้วเราวัดอุณหภูมิร่างกายของลูกคร่าวๆ ได้ด้วยการอังหลังมือที่หน้าผากริมฝีปาก หรือซอกคอ แต่ถ้าจะให้แน่ใจและรู้ชัดก็ควรใช้ เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้หรือปรอทวัดไข้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนอาจยังงงว่า จะวัดปรอทของลูกอย่างไร ก่อนอื่นลองมารู้จักประเภทของปรอทกันก่อนครับ

        ปรอทวัดไข้เด็กแบ่งออกได้คร่าวๆ ตามประเภทของเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ คือ แบบแท่งแก้ว และแบบดิจิทัล ซึ่งอย่างหลังจะอ่านค่าอุณหภูมิได้แม่นยำกว่า และไม่เป็นอันตรายหากตกแตก (แต่ราคาก็แพงกว่าด้วย) เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ทั้งสองชนิดใช้วัดไข้ได้ด้วยการสอดใต้ลิ้นและใต้วงแขน ส่วนการวัดไข้ทางทวารหนัก (ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือน) ต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบพิเศษ

       1. การวัดไข้ทางปาก เหมาะกับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ไม่ควรใช้กับเด็กเล็กที่ยังคาบเทอร์โมมิเตอร์ไม่ถนัด หรือคนที่หมดสติ วิธีวัดคือ ใช้เทอร์โมมิเตอร์ที่สะอาดจับด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เพื่อเขย่าให้ปรอทไหลลงกระเปาะ บอกให้ลูกอ้าปาก กระดกลิ้น แล้วสอดปรอทไว้ใต้ลิ้น ระวังไม่ให้เด็กกัดปรอท อมไว้นาน 3 – 5 นาทีแล้วค่อยนำปรอทออกมาเช็ดด้วยสำลีสะอาดก่อนจะอ่านค่าอุณหภูมิ

       2. การวัดไข้ทางรักแร้ เป็นการวัดไข้ที่เหมาะกับเด็กก่อนวัยเรียนมากที่สุด วิธีวัดก็คือ ให้ลูกถอดเสื้อ หรือแกะกระดุมให้หลวมเพื่อให้เสื้อผ้าไม่ขวางระหว่างเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้กับผิว ตรวจให้แน่ใจว่าใต้วงแขนของลูกแห้งสะอาด เขย่าปรอท แล้วค่อยๆ สอดเข้าไปที่รักแร้ ให้ลูกหนีบไว้ในท่างอข้อศอกแนบติดกับข้างลำตัวประมาณ 3 – 5 นาที แล้วนำปรอทออกมาอ่าน

       3. การวัดไข้ทางหู ปัจจุบันนี้มีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ทางหู (Ear Thermometer หรือ Tympanic Thermometer) ซึ่งใช้วัดไข้โดยสอดเข้าไปในรูหูโดยเฉพาะ แต่ข้อควรระวังคือ ต้องอ่านคำแนะนำตามวิธีที่แนบมากับเทอร์โมมิเตอร์หรือปรึกษากุมารแพทย์ก่อน