ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 01:48:57 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10436
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลป์ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการคิด และจินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับร้อง หรือสื่อออกมาด้วยเคล็ดวิธีต่างๆโดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ชนิดเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และวรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
ด้วยเหตุฉะนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ตลก เรื่องสั้น นิยาย บทเพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้ในการติดต่อเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาทางการ โดยการใช้ตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมาย และภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้ลักษณะท่าทาง หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออันอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนแล้วก็ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ และบุคคล นอกจากนั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรือสวยงามได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า ผู้เขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้ (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนั้นหมายความว่า วรรณกรรม ในรูปแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมปัจจุบันนั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่สมัย รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมประเภทร้อยแก้วในปัจจุบันจะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี อย่างเช่น เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย ฯลฯ
 
วรรณกรรมชนิดร้อยกรองขณะนี้เป็นวรรณกรรมที่ต่างจากเดิมคือเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นในเรื่องวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นในเรื่องเรื่องของการใช้ภาษาแม้กระนั้นเน้นในเรื่องของการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดแก่นักอ่านมากยิ่งกว่า ยกตัวอย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 จำพวก เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นเนื้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นข้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แล้วก็ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปคำศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ อย่างเช่น ประเด็นหลักที่เขียนตามใบปลิว ป้ายสำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกประเภท ยกตัวอย่างเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งหมด จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นกับ วรรณศิลป์ คือ ศิลปะสำหรับเพื่อการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าเกิดวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็บางทีอาจได้รับยกย่องว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะกำหนดว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรจะเป็นวรรณคดีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาถึงช่วงเวลาที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ เพราะว่าอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงบางช่วงแค่นั้น ด้วยเหตุนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวคือ เป็นวรรณกรรมที่กลั่นกรองแล้วก็ตกแต่งให้ละเอียดอ่อน มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณค่าของการประพันธ์ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่จำเป็นที่ต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้ 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่คนอ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความครื้นเครง เบิกบาน สดใสร่าเริงแก่ผู้อ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวรวมทั้งตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนวนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จำเป็นต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และก็ย้อนกลับมากำเนิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งครองราชสมบัติครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงรู้ว่ามันช่างน่าเบื่อ ขนาดไหนกับการจะต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำจากจำเจแบบนี้ แต่ว่าในชาติที่ห้า ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ตลก แล้วก็ประทับใจน้ำตาซึม เหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวเอก การจัดการแล้วก็การมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมาเกิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือเปล่า มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และก็ประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ชั่วชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่ท่าอากาศยาน ครั้งแรกที่เธอเจอเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระมเหสีขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตากรรมของพวกเขามีอันต้องเปลี่ยน แต่ว่าครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยนแปลง แต่ว่าเธอยังคงจดจำเขาได้ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีความทรงจำของอดีตภพ ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ตลอดชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความรวยหรือการเดินคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองวัยรุ่น การช่วงชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
ได้โอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นเจ้าขุนมูลนายคนอื่นๆคงจะเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับเจ้าขุนมูลนายทั่วๆ ไป แทนที่จะพอใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เฉยๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้ต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แม้กระนั้นข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง ด้วยเหตุว่าเข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่ว่าอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูความก้าวหน้า ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปยุคเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก คนแก่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บนั่นเก็บนี่กลับมา เพราะบางครั้งก็อาจจะเป็นของเปรอะเปื้อน เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้และก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อการเตือนจำพวกนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กผู้ชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างทำหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บแล้วก็ตัวคนเดียว นางก็เลยนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย หลังจากเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้นักอ่านอาจเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะปั้นเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายจำพวกกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกรอบ เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างสม่ำเสมอร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแต่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยทำให้เมิ่งถิงเอาตัวรอดมาได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบความเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาเพียงแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ว่าศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปซะก่อนเพราะเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งยี่สิบก็สอบได้อันดับหนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง ขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารการกินเท่านั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ พื้นฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บัญชาการของถังฟั่่นและศิษย์พี่ เพราะว่ามีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขลาด เกรงอิทธิพล เพียงแต่รักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ แล้วก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha