ผู้เขียน หัวข้อ: 5 การทำธุรกิจให้เจ๊ง ... ผมลองมาแล้วสรุปว่า “เจ๊ง” จริง!!!  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 04:21:08 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10735
    • ดูรายละเอียด

ช่วงนี้ต้องการซ้ำเติมชีวิตครับผม อยากแชร์ประสบการณ์เจ็บๆแบบเจ๊งๆแบบแสบๆคันๆ... ไม่ต้องพูดพร่ำเพรื่อทำเพลง ขอเล่าเลยนะครับ ... ผมเริ่มทำธุรกิจมา 7-8 ปีครับ ก็เริ่มจากเล็กๆไต่เต้าไปเรื่อยๆตามจังหวะชีวิต รุ่งบ้างหล่นบ้างตามภาวะ แม้กระนั้นในความเจริญรุ่งเรืองก็มีรุ่งริ่งครับ เนื่องจาก หลายๆปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ผมทำธุรกิจเจ๊งไปหลายสิ่งหลายอย่าง ธุรกิจแรกๆครั้งพวกเรายังเล็กก็ทำอะไรเล็กๆเจ๊งก็โดนไม่มากมายหลักพันหลักหมื่น โตขึ้นก็เจ๊งหนักขึ้นตามลำดับ ... ถ้านับเป็นตัวเงินของการขาดทุน ผมขาดทุนรวมๆแล้วหลายล้านบาทครับ อ่านไม่ผิดดอกครับ ... หลายล้านบาท!!!
คนไม่ใช่น้อยอาจสงสัย “โหหหห ขาดทุนขนาดๆนี้ ยังอยู่ได้อีกรึ” ... เอ่ออ ยังครับผม ยังอยู่ได้ ผมเจ๊งมาก เจ็บหนักก็จริงแม้กระนั้นโชคยังดีที่มีธุรกิจที่ทำแล้วไม่เจ๊งอยู่บ้าง ทำให้เมื่อหักลบกลับหนี้กับที่ขาดทุนไปก็ยังพอมีผลกำไร ยังเป็นบวกอยู่บ้าง!!! (ขออนุญาตไม่เท้าสมัยก่อนและก็ความเป็นมานะครับ กดเข้าไปในยิ้มหรือโปรไฟล์ผมได้เลยนะครับ กระทู้เก่าๆเล่าไว้มากมาย)

ในหลายล้านที่ผมเสียไป ผมสรุปสาเหตุของความผิดพลาดออกมาได้เป็นเป็น 5 ข้อ ดังต่อไปนี้นะครับ
 
เจ๊ง ที่ 1 : ปัญหาสินค้าไม่แข็ง แล้วก็ ตอบปัญหาลูกค้ามิได้ชัด!!!
ถ้าเกิดตั้งโจทย์สินค้าไม่แข็ง และ ตอบปัญหาลูกค้าไม่ได้ชัด โอกาสที่จะอยู่รอดได้ในอนาคตก็น้อย กล่าวได้ว่าเจ๊งกันตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลยครับ เจาะลงไปให้ลึก ต้องย้อนกลับไปปริศนาสุดคลาสสิค ... เริ่มทำธุรกิจอะไรดี? … ปริศนานี้หลายๆคนถกกันจนกระทั่งคอแห้งผากก็ยังไม่ได้คำตอบ ... เรียกได้ว่าเลือกกันไม่ดี มีโอกาสเจ๊งกันตั้งแต่อยู่ในมุ้งเลยครับผม ... ผมเคยนำผลิตภัณฑ์บางจำพวก ไปขายในตลาดที่ผิดต้อง เรียกกล้วยๆว่า ขายของผิดตลาดตอบปัญหาลูกค้าแถวนั้นไม่ได้ ... แน่ๆครับสรุปเจ๊งขอรับ ทางออกเป็นจำต้องย้ายร้าน
แนวความคิดเพิ่มอีก : ในเวลานี้ หากผมจะเริ่มทำกิจการค้าอะไรสักอย่าง ผมมักจะใช้การตรึกตรองกิจการค้าตาม 2 แนวทางดังต่อไปนี้ครับผม
1. หนทางแรกเป็นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะขายก่อน แล้วถามต่อว่าสินค้านี้ต้องขายคนไหนกันแน่ ขายที่แห่งไหน ขายยังไง แต่ ถ้าไม่ใช่สินค้าใหม่หรือเป็นสินค้าที่มีคู่ปรปักษ์อยู่แล้วจำต้องถามต่อว่าต่อขาน ผลิตภัณฑ์เราดีมากกว่าคู่ต่อสู้ยังไง เพราะเหตุใดลูกค้าถึงจำต้องเลือกพวกเรา
2. หนทางที่สองเป็นเลือกกลุ่มลูกค้าหรือเลือกตลาดก่อน ว่าอยากจะขายใครกันแน่ขายไหน แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยมาตั้งปัญหาว่า ถ้าเกิดลูกค้ากลุ่มนี้หรือตลาดนี้เราควรจะขายอะไร อะไรหรือสิ่งใดที่จะตอบปัญหาแก่ลูกค้าพวกนี้
 
เจ๊ง ที่ 2 : ขายไม่ออก บริหารไม่เป็น
ธุรกิจที่มันเจ๊งโดยมาก ก็เพราะเหตุว่า มันไม่มีใครซื้อ ... เอ่อ ตอบแบบกำปั้นทุบดินเหลือเกินมั้ย 555+ ขยายความอีกนิด ถ้าเกิดปัญหาสินค้าพวกเราแข็งแล้วก็ตอบโจทย์ลูกค้าได้แน่นอน จะต้องย้อนกลับไปมองว่าการตลาดเราดีพอสมน้ำสมเนื้อหรือไม่ ทำเล โปรโมชั่น ช่องทางการจำหน่าย ดีแล้วก็ถูกตามควรหรือเปล่า ... การที่พวกเรามีผลิตภัณฑ์ที่ดีเลิศที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้แม้กระนั้นถ้าเกิดเราไม่สามารถที่จะทำให้ลูกค้ารับทราบได้ การมีตัวตนอยู่ของพวกเราได้ ก็ไม่มีสาระอันใด
ธุรกิจที่มันเจ๊งเล็กน้อย ก็เพราะ บริหารไม่เป็น ... บริหารไม่เป็นในที่นี้เป็น การที่ไม่รู้เรื่องเนื้อแท้ของธุรกิจนั้นๆเลยทำให้เรามองข้ามสิ่งสำคัญไป ธุรกิจค้าขายดำเนินงานไม่เหมือนธุรกิจบริการ ธุรกิจบริการดำเนินงานไม่เหมือนธุรกิจการผลิต การที่เราไม่เข้าใจเนื้อแท้พวกนี้ทำให้พวกเราหลงทาง การลงบัญชีรวมทั้งการเน้นตัวเลขสาระสำคัญที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละธุรกิจ ... ผมเคยได้งานประจำล้านมาทำ ผลสุดท้ายจากหวังว่าจะมีผลกำไรแปลงเป็นขาดทุนหลักแสน เนื่องจากว่า ผมไม่เข้าใจ ไม่ให้ความสนใจ รวมทั้ง มองข้ามปัจจัยสำคัญของธุรกิจนั้นๆไป สรุปเจ๊งไม่เป็นท่า
เจ๊ง ที่ 3 : หุ้นส่วนพาเพลิน
หุ้นส่วนธุรกิจนี้สำคัญมาก แนวทางเลือกหุ้นส่วน บ้างก็พิเคราะห์จากเงินทุน บ้างก็พิจารณาจากความสามารถหรือความถนัดของแต่ละหุ้น บ้างก็ไตร่ตรองจากความสนิทติดเชื้อ บ้างก็ใคร่ครวญจากความไว้ใจ บ้างก็พินิจพิเคราะห์จากดวงดารา หรือจะพินิจพิเคราะห์จากใดๆก็ตามแม้กระนั้น หุ้นส่วนธุรกิจนี้จะร่วมรุ่งและตกไปกับเราแน่นอน …
ถ้าเป็นโลกของมืออาชีพ แบบ joint venture พันล้านข้ามชาติ เขาจะมีกติกาความร่วมแรงร่วมมือ มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และก็ มีการจัดสรรแบ่งส่วนกำไรหรือแม้แต่การขาดทุนกันเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนร่วมมือกัน แม้กระนั้นสำหรับธุรกิจการค้าเล็กๆที่เราทำๆกัน มักปล่อยทิ้งสิ่งกลุ่มนี้ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากในอนาคต โทษกันไปโทษกันมาไม่จบสิ้น ... ความผิดพลาดนี้ของผู้ใดกัน? ข้อคิดเห็นขัดแย้งผู้ใดกันตัดสิน? ขาดทุนมากเกินกว่าที่กำหนดคนไหนกันแน่แบกรับ? กำไรที่ได้มาทำไมคนไม่ทำเป็นมากยิ่งกว่า? หลายๆกรณีวาดฝันอนาคตสวยหรู ประสบพบเจอกับปัญหาจริงเข้าไปก็ไปกันไม่เป็นเลยทีเดียว ... บทสรุปคือ ตัดขาดจากการเป็นญาติ หรือ จบความเป็นเพื่อก็มีเห็นกันบ่อยๆ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจน่าสนใจ

Tags : ธุรกิจน่าสนใจ