ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ไหมว่ากระเทียมนั้นมีสรรพคุณ-เเละประโยชน์อย่างมากๆ  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 11, 2018, 10:49:38 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 141
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


กระเทียม
กระเทียมกับประโยชน์ต่อร่างกาย
กระเทียม เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวลักษณะเป็นทรงกระเปาะอยู่ใต้ดินเช่นเดียวกับหัวหอม ซึ่งแต่ละหัวจะประกอบด้วย 6-10 กลีบ นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร กระเทียมเป็นพืชที่ค่อนข้างแตกต่างจากพืชทั่วๆไป ด้วยเหตุว่าอุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก นอกจากนี้กระเทียมประกอบไปด้วยสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย อย่างเช่น อาร์จีนีน (Arginine) โอลิโกแซ็คคาไรด์ (Oligosaccharides) ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods) แล้วก็ซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกาย
กระเทียม
หลายๆคนอาจจดจำกระเทียมได้จากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งมีสาเหตุจากสารอัลลิซิน (Allicin) นอกเหนือจากการที่จะทำให้กระเทียมมีกลิ่นที่โดดเด่นแล้ว อัลลิสินยังเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีสาระต่อสถาพทางร่างกาย แล้วก็อาจมีส่วนช่วยรักษาโรคหรือทำให้อาการต่างๆ โดยที่หลายคนมั่นใจว่าการรับประทานกระเทียมอาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวเนื่องกับหัวใจและเส้นโลหิต ความดันเลือด คอเลสเตอรอล บรรเทาหวัด รวมถึงใช้น้ำมันกระเทียมเป็นยาทาภายนอกเพื่อรักษาอาการติดเชื้อทางผิวหนัง เล็บ หรือช่วยรักษาอาการผมร่วงอีกด้วย
ทั้งนี้สิ่งที่ใช้ในการพิสูจน์หรือหลักฐานด้านการแพทย์มีมากน้อยแค่ไหนที่จะช่วยยืนยันคุณประโยชน์ คุณประโยชน์ แล้วก็ความปลอดภัยของการกินกระเทียมที่มีบทบาทหรือส่วนช่วยสำหรับการรักษาโรคพวกนี้
ความดันเลือดสูง อัลลิซินซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่เจอได้ในกระเทียมสดหรือสินค้าเสริมอาการที่มีส่วนประกอบของกระเทียม อาจมีส่วนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบที่เรียงตัวในเส้นเลือดและก็ทำให้หลอดเลือดขยายตัวรวมทั้งทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำลง ซึ่งสอดคล้องกับการทดสอบชิ้นหนึ่งให้ผู้ป่วยที่หรูหราความดันโลหิตสูงโดยที่มีค่าความดันซิสโตลิก (Systolic Blood Pressure: SBP) มากกว่าหรือพอๆกับ 140 มิลลิตรปรอท รับประทานกระเทียมบ่มสกัด (Aged Garlic Extract: AGE) ขนาด 960 มิลลิกรัม เป็นเวลา 12 อาทิตย์ พบว่าค่าความดันซิสโตลิกลดลดน้อยลงมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับคนป่วยที่รับประทานยาหลอก ก็เลยอาจจะกล่าวว่าการรับประทานกระเทียมบ่มสกัดอาจมีสมรรถนะสำหรับในการรักษาผู้เจ็บป่วยความดันเลือดสูงได้ดีกว่ายาหลอก
แม้กระทั่งมีการทดสอบอีก 2 ชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของกระเทียมสำหรับการลดระดับความดันโลหิตได้ดีมากยิ่งกว่าการใช้ยาหลอก แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าผลการทดสอบอาจยังไม่ถูกต้องแม่นยำพอเพียงที่จะสรุปความสามารถของกระเทียมได้ว่าสามารถรักษาหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจแล้วก็หลอดเลือดในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จึงยังจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเพื่อรับรองคุณภาพที่ชัดแจ้งยิ่งขึ้น
มะเร็ง ความเชื่อมโยงของการบริโภคกระเทียมและก็ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งยังไม่กระจ่างและก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ซึ่งจะเห็นได้จากการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนจีนทั้งหมดศชายรวมทั้งเพศหญิงที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารจำนวนกว่า 5,000 คน กินสารอัลลิทริดินขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับสารซีลีเนียมขนาด 100 ไมโครกรัมวันเว้นวัน ซึ่งล้วนเป็นสารสกัดที่ได้จากกระเทียม โดยทำการทดสอบตรงเวลา 5 ปี รวมทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกแล้วพบว่ากรุ๊ปที่รับประทานสารอัลลิทริดินร่วมกับสารซีลีเนียมเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกลดลง 33 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะลดน้อยลงถึง 52 เปอร์เซ็นต์
แม้กระนั้น มีการทำการค้นคว้าอีก 19 ชิ้นทำให้เห็นว่า ยังไม่เจอหลักฐานที่น่าไว้วางใจได้ที่จะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ของการบริโภคกระเทียมต่อความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะ โรคมะเร็งอก โรคมะเร็งปอด หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก แล้วก็มีหลักฐานที่ออกจะจำกัดที่สนับสนุนว่าการบริโภคกระเทียมอาจช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกล่องเสียง โรคมะเร็งในโพรงปาก หรือมะเร็งรังไข่
ทั้งนี้สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (NCI) ได้กล่าวว่ากระเทียมเป็นพืชผักประเภทหนึ่งที่อาจมีคุณลักษณะต่อต้านโรคมะเร็ง แต่ว่ายังมีสาเหตุอื่นๆดังเช่น รูปแบบของสินค้าที่ทำจากกระเทียม หรือปริมาณความเข้มข้นที่มากมาย อาจจะเป็นผลให้พิสูจน์ถึงคุณภาพของกระเทียมได้ยาก รวมทั้งเมื่อเวลาผ่านไปหรือเก็บเอาไว้ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้สมรรถนะของกระเทียมหมดลงไปได้เหมือนกัน
แก้หวัด คนจำนวนไม่น้อยมั่นใจว่ากระเทียมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์รวมทั้งเชื้อไวรัส รวมทั้งมีการนำมาใช้เพื่อคุ้มครองป้องกันและทุเลาอาการหวัดมาอย่างนาน ซึ่งสอดคล้องกับการเล่าเรียนชิ้นหนึ่งที่ให้อาสาสมัครจำนวน 146 คน รับประทานสารสกัดจากกระเทียมรูปแบบเม็ดซึ่งประกอบไปด้วยสารอัลลิสินขนาด 180 มก.วันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ แล้วให้อาสาสมัครเขียนบันทึกอาการเมื่อเป็นหวัด พบว่าในกรุ๊ปที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 24 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินยาหลอกที่มีรายงานการเป็นหวัดปริมาณ 65 ครั้ง ทั้งยังยังพบว่าช่วงเวลาของการเป็นหวัดในกลุ่มที่รับประทานสารสกัดจากกระเทียมมีปริมาณวันที่น้อยกว่า แต่ช่วงเวลาการฟื้นตัวจากอาการหวัดของอีกทั้ง 2 กรุ๊ปมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าผลการทดสอบข้างต้นจะบ่งบอกถึงถึงคุณภาพของกระเทียม แต่ว่าหลักฐานการทดสอบทางสถานพยาบาลยังไม่เพียงพอและจำเป็นต้องเรียนเพิ่มเพื่อรับรองคุณภาพของกระเทียมให้แจ่มชัดเพิ่มขึ้น
ลดความอ้วนรวมทั้งมวลไขมัน ในคนเจ็บภาวะไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ว่ามักมีต้นเหตุจากโรคอ้วน เบาหวานประเภทที่ 2 ความดันโลหิตสูง แล้วก็ไขมันในเลือดสูง ซึ่งการดูแลรักษาด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือลดความอ้วนบางทีอาจไม่เพียงพอ หากไม่ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย การรับประทานกระเทียมจึงบางทีอาจเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าดึงดูด เนื่องจากว่ากระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์แล้วก็สารอาหารอื่นๆที่อาจมีคุณสมบัติคุ้มครองปกป้องสภาวะอ้วน ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ให้คนเจ็บไขมันพอกตับที่มิได้มีเหตุที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเพศชายรวมทั้งเพศหญิง อายุตั้งแต่ 20-70 ปี ปริมาณทั้งปวง 110 คน รับประทานกระเทียมผงประเภทแคปซูลขนาด 400 มิลลิกรัม ซึ่งข้างในประกอบไปด้วยสารอัลสิลินขนาด 1.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 15 สัปดาห์ โดยสามารถกินอาหารได้ตามเดิม แม้กระนั้นกินกระเทียมได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 กลีบ จากผลของการทดสอบทำให้เห็นว่า น้ำหนักและมวลร่างกายลดลงอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก ก็เลยอาจกล่าวได้ว่าการกินกระเทียมอาจช่วยลดปริมาณไขมันในตับและก็คุ้มครองป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวการณ์ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่การศึกษาเล่าเรียนในอนาคตยังจำเป็นที่จะต้องออกแบบการทดสอบให้และควรจะเพิ่มระยะเวลาสำหรับในการทดสอบเพื่อรับรองคุณภาพของกระเทียมให้แจ้งชัดเพิ่มขึ้น
ลดระดับคอเลสเตอรอล หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระเทียมต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลยังคงไม่ตรงกัน ก็เลยทำให้ยังไม่อาจจะสรุปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองรวมทั้งการเรียนโดยการทบทวนงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยที่เกี่ยวโยงจำนวน 29 ชิ้น ได้ชี้ให้เห็นว่า การกินกระเทียมบางทีอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมได้นิดหน่อย แต่ว่าไม่ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (High-Density Lipoprotein: HDL) เพิ่มสูงมากขึ้น ไหมทำให้ระดับคอเลสเตอรอลประเภทที่ไม่ดี (Low-Density Lipoprotein: LDL) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยลงแต่อย่างใด จึงยังจำต้องเล่าเรียนเพิ่มเพื่อหาผลสรุปและก็ยืนยันคุณภาพของกระเทียมต่อระดับคอเลสเตอรอลที่แน่ชัดเพิ่มขึ้น

ความปลอดภัยสำหรับเพื่อการกินกระเทียม
การกินกระเทียมออกจะปลอดภัยถ้าเกิดกินในปริมาณที่เหมาะสม แต่ว่าอาจทำให้เป็นผลใกล้กันได้ ตัวอย่างเช่น ปากเหม็น มีกลิ่นตัว รู้สึกแสบร้อนที่รอบๆปากหรือที่กระเพาะ แสบร้อนกลางอก ท้องเฟ้อ อาเจียน คลื่นไส้ หรือท้องเสีย อาการกลุ่มนี้อาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อกินกระเทียมสด อีกทั้งการใช้กระเทียมสดทาหรือสัมผัสที่บริเวณผิวหนังอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนและระคายเคืองได้
ข้อพึงระวังสำหรับเพื่อการรับประทานกระเทียมโดยยิ่งไปกว่านั้นบุคคลในกลุ่มต่อไปนี้
คนที่กำลังมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร การรับประทานกระเทียมในช่วงการท้องค่อนข้างไม่เป็นอันตรายหากกินเป็นของกินหรือในปริมาณที่สมควร แม้กระนั้นอาจไม่ปลอดภัยหากรับประทานกระเทียมเป็นยารักษาโรค ทั้งยังไม่มีช้อมูลที่น่าไว้ใจเพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการทากระเทียมที่บริเวณผิวหนังในช่วงการท้องหรือให้นมบุตร
เด็ก การกินกระเทียมในปริมาณที่สมควรแล้วก็ในระยะสั้นๆบางทีอาจปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่ว่าการใช้กระเทียมทาบริเวณผิวหนังอาจจะทำให้กำเนิดอาการแสบร้อนแล้วก็ระคายเคือง
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือการย่อยอาหาร อาจจะทำให้เกิดการเคืองพื้นที่เดินของกินได้
ผู้ที่มีความดันเลือดต่ำ การกินกระเทียมอาจจะก่อให้ระดับความดันเลือดลดลดลงมากยิ่งกว่าธรรมดา
ผู้ที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรจะหยุดรับประทานกระเทียมก่อนจะมีการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพราะอาจจะทำให้เลือดออกมากและส่งผลต่อความดันโลหิตในระหว่างการผ่าตัด และคนที่มีภาวการณ์เลือดออกไม่ดีเหมือนปกติไม่สมควรกินกระเทียม โดยยิ่งไปกว่านั้นกระเทียมสด ด้วยเหตุว่าบางทีอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เลือดออกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
คนที่อยู่ในระหว่างการรับประทานยารักษาโรค ได้แก่ ไอโซไนอะสิด เพราะว่ากระเทียมอาจลดการดูดซึมของยาในร่างกายและก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพลักษณะการทำงานของยา รวมทั้งไม่ควรกินกระเทียมในระหว่างใช้ยาดังนี้
ยารักษาการติดโรคไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่องหรือโรคเอดส์
ยาคุม
ยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด
ยาต้านทานเกล็ดเลือด
http://www.disthai.com/