ผู้เขียน หัวข้อ: สรรพคุณเเละประโชน์ ชุมเห็ดเทศ  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 30, 2018, 02:31:16 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ชุมเห็ดเทศ
ชื่อสมุนไพร  ชุมเห็ดเทศ
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น ขี้คาก , ลับมืนหลวง , หมากกะลิงเทศ ,หญ้าเล็บมือหลวง (ภาคเหนือ) , ส้มเห็ด (เชียงราย) ,จุมเห็ด (มหาสารคาม) , ชุมเห็ดใหญ่ (ภาคกลาง) , ตะสีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , ตุ๊ยเฮียะเต่า , ฮุยจิวบักทง (จีน) , ตุ้ยเย่โต้ว (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Senna alata (L.) Roxb.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Cassia alata (L.) Roxb. , Cassia bracteata L.f.
ชื่อสามัญ  Acapulo, Candelabra bush, Candle bush, Ringworm bush
วงศ์  FABACEAE (LEGUMINOSAE ) - Caesalpinioideae
ถิ่นกำเนิด
ชุมเห็ดเทศ มีถิ่นเกิดในเขตร้อนของทวีปแอฟริกา อเมริกาประเทศออสเตรเลีย และก็เขตร้อนในเอเซียอาคเนย์ สำหรับในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ตามที่ชุ่มชื้น ทุกภาวะดินแม้กระนั้นไม่ขอบที่ร่มมากมาย พบบ่อยทั้งรอบๆที่ราบรวมทั้งบนเขาที่มีความสูงไม่เกิน 1500 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ลักษณะทั่วไป
ชุมเห็ดเทศจัดเป็นพุ่มขนาดกึ่งกลาง สูง 1.5-3 เมตร ลำต้นแข็งมีแก่นไม้ ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นแถวขนานกับพื้นดิน กิ่งจะแผ่ออกทางด้านข้าง มีขนสั้นนุ่ม เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนปลายคู่ ออกเรียงสลับ ใบย่อย 8-20 คู่ ยาว 5-15 ซม. ใบย่อยรูปขอบขนาน ยาว5-15 เซนติเมตร ปนรูปรี โคนใบมน ปลายใบมน กลม หรือเว้าน้อย ไม่มีต่อม ฐานใบมนแตกต่างกันทั้งคู่ด้าน ขอบใบเรียบมีสีแดง แกนกลางใบหนา ยาวราวๆ 30-60 เซนติเมตร ก้านใบประกอบยาวราว 2 ซม. หูใบรูปติ่งหู สามเหลี่ยม ยาว 6-8 มม. ติดทน ดอกย่อยมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4 ซม. ก้านดอกย่อยสั้นมาก ใบตกแต่งเป็นแผ่นบางๆกลีบเลี้ยงสีเขียวปลายแหลมมี 5 กลีบ กลีบสีเหลืองปลายมนมี 5 กลีบ ลายเส้นที่กลีบดอกเห็นได้ชัด เกสรตัวผู้ยาว ไม่เท่ากัน เกสรตัวเมียมี 1 อัน ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปแถบ ยาว แบน และหมดจดไม่มีขน ฝักมีปริมาณยาวราว 10-20 เซนติเมตรและก็กว้างโดยประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร มีสันหรือปีกกว้าง 4 ปีก ปีกกว้างราวๆ 5 มิลลิเมตรตามความยาวของฝัก ฝักมีผนังกัน ฝักเมื่อแก่จะเป็นสีดำแล้วก็แตกตามยาว ด้านในฝักมีเม็ดโดยประมาณ 50-60 เมล็ด เม็ดเป็นสามเหลี่ยมสีดำ มีผิวขรุขระ มีขนาดกว้างราวๆ 5-8 มิลลิเมตรและยาวราวๆ 7-10 มิลลิเมตร
การขยายพันธุ์ ชุมเห็ดเทศสามารถเพาะพันธุ์ได้ 2 วิธีคือการใช้เมล็ดและก็การปักชำ แม้กระนั้นส่วนใหญ่จะนิยมแพร่พันธุ์ด้วยเมล็ดมากกว่าซึ่งมีวิธีการปลูกดังนี้
1. การเตรียมดินให้กำจัดวัชพืชแล้วก็เศษสิ่งของ และไถพรวนแล้วก็ตากดินไว้ 7-15 วัน ต่อจากนั้นใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 2 ตันต่อไร่
2. การเตรียมพันธุ์ คัดเลือดเม็ดที่แก่จัดแล้วนำมาแช่น้ำไว้ 1 คืน หลังจากนั้นคลุกกับทรายในอัตรา 1: 1-2 แล้วหุ้มห่อด้วยผ้าขาวบาง รดน้ำให้เปียกแฉะ เก็บในที่ร่ม 1-2 วัน เม็ดก็จะเริ่มผลิออก
3. การปลูก ถ้าเกิดปลูกแบบหยอดหลุมด้วยเมล็ดที่เริ่มผลิออก ให้หยอดหลุมละ 5-6 เม็ดให้มีระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 3x4 เมตร เมื่อปลูกเสร็จใช้ผางปกคลุมบางๆรดน้ำให้ชุ่ม หากปลูกแบบใช้ต้นกล้าให้น้ำต้นกล้าที่เพาะจากเม็ดที่มีอายุ 30 วัน หรือมีใบจริง 5-7 ใบ มาปลูกลงแปลง รดน้ำให้เปียกแฉะ ปักไม้ค้ำยันไว้รวมทั้งผูกใกล้กับต้นกล้าแล้วหุ้มโคนต้นด้วยผางรวมทั้งควรรดน้ำให้เปียกเสมอในช่าง 2 เดือนแรก
ส่วนประกอบทางเคมี ชุมเห็ดเทศมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญมีสารกลุ่ม Anthraquinone โดยในใบชุมเห็ดเทศ จะต้องมีสาระสำคัญ Hydroxy-anthracene derives ไม่น้อยกว่า 1.0% w/w (โดยคำนวณเป็น rhein-8-glucoside) ได้แก่ Aloe-emodin, Chrysophanol , Chrysophanic acid, lsochrysophanol, Physcion glycoside, Terpenoids, Sennoside, Sitosterols, Lectin, Rhein.

คุณประโยชน์ / คุณประโยชน์

ตำรายาไทย: ใช้ข้างในแก้ท้องผูก เป็นยาระบาย ไปกระตุ้นทำให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวดีขึ้น สมานธาตุรักษากระเพาะอาหารอักเสบ แก้กษัยเส้น ทำหัวใจให้ธรรมดาขับฉี่ ขับพยาธิ ใช้ด้านนอก รักษาฝี แล้วก็แผลพุพอง รักษากลาก เกลื้อน โรคผิวหนัง อมบ้วนปาก รักษาผิวหนังอักเสบเป็นผื่นคัน เส้นประสาทอักเสบ โดยใช้ส่วนของ ใบ เป็นยาถ่าย ใช้ด้านนอกรักษากลาก แก้แมลงสัตว์กัดต่อย รวมทั้งโรคผิวหนังอื่นๆใช้ถ่ายพยาธิตัวตืด ใบสด ใช้รักษาขี้กลากโรคเกลื้อน ตำพอก เร่งหัวฝี ใบแล้วก็ดอก ทำยาต้มรับประทาน เป็นยาระบายแก้ท้องผูกขับเสลดในรายที่หลอดลมอักเสบ และแก้หืด เมล็ด มีกลิ่นเบื่อ รสเหม็นเบื่อบางส่วนใช้ขับพยาธิ แก้ตานซาง แก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ แก้นอนไม่หลับ ฝัก มีรสเหม็นเบื่อเบื่อ แก้พยาธิ เป็นยาระบาย ขับพยาธิตัวตืด พยาธิไส้เดือน ต้นรวมทั้งราก แก้กษัยเส้น แก้ท้องผูก บำรุงหัวใจเปลือกแล้วก็แก่นไม้ ใช้ขับน้ำเหลืองเสีย ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันระบุว่า ชุมเห็ดเทศเป็นยาระบายที่ดี ด้วยเหตุว่ามีทั้งยังแอนทราควิโนน ซึ่งเป็นยาระบาย รวมทั้งแทนนิน ซึ่งเป็นยาฝาดสมาน ก็เลยเป็นยาระบายที่สมานธาตุในตัว แล้วก็ในชุมเห็ดเทศยังมีพฤกษเคมีที่เป็นยารวมทั้งสารต้านทานนุมูลิอิสระสำคัญหลายแบบ โดยมีการทดสอบสารสกัดหยาบจากใบ เปลือกลำต้น ดอก ผล สกัด โดยใช้เอทิลอะสิเตทและเมทานอล พบสารฟลาโวนอยด์ แอนทราควิโนน คูมาริน ซาโปนิน แทนนิน เทอร์ปินอยด์ สเตอร์รอยด์ และก็คาดิแอคไกลโคไซด์ แต่ไม่เจอสารแอลติดอยู่ลอยด์ ในทุกส่วนของชุมเห็ดเทศ แล้วก็พบว่าสารสกัดอีกทั้ง 8 ตัวอย่าง มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้น สารสกัดทั้ง 8 แบบอย่างสารมารถต้านเชื้อ Bacillus subtilis และ Staphy-lococcus aureus ได้ โดยเฉพาะสารสกัดเมทานอลจากดอกชุมเห็ดเทศชนิดเดียวแค่นั้นที่ต่อต้านเชื้อ Pseudomonas auroginosa ได้ แม้กระนั้นไม่มีสารใดที่มีฤทธิ์ต้านทานเชื้อ E.coli การเรียนการออกฤทธิ์ของ Senna alata (L.) Roxb. หรือชุมเห็ดเทศสำหรับการยับยั้งการเจริญก้าวหน้าของเชื้อก่อโรคพบว่าสารสกัดจากชุมเห็ดเทศสามารถยับยั้งการก้าวหน้าของเชื้อก่อโรคได้หลายแบบ อย่างเช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต แล้วก็ยังมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านทานการก่อยับยั้งเนื้องอก เป็นยาระบาย ขับฉี่ ลดการอักเสบ แก้ปวดอีกด้วย
แบบอย่าง/ขนาดวิธีใช้

ท้องผูก ใช้ใบจำนวน 12-15 ใบย่อย ตากแห้ง คั่ว (แม้ไม่คั่วเสียก่อน จะกำเนิดอาการข้างๆ คืออาจมีอาการอาเจียนอาเจียน เมื่อคั่วความร้อนจะช่วยให้สารที่ออกฤทธิ์ทำให้อาเจียนคลื่นไส้สลายไป) แล้วก็ค่อยนำไปต้มกับน้ำพอควร ดื่มครั้งเดียวก่อนที่จะรับประทานอาหารรุ่งอรุณมืด หรือก่อนนอน หรือใช้ผงใบ 3-6 กรัม ชงน้ำเดือด 120 มล. ตรงเวลา 10 นาที ดื่มก่อนนอน บางทีอาจทำเป็นยาลูกกลอนก็ได้ หรือใช้ช่อดอกสด 1-3 ช่อดอก ลวก จิ้มน้ำพริก หรือใช้ดอก 1 ช่อ กินสดๆเป็นยาระบาย รวมทั้งใช้ใบรวมทั้งก้านขนาดใหญ่ โดยประมาณ 3-5 ช่อ เอามาต้มกับน้ำประมาณ 2 ขัน(1500 ซี.ซี.) ต้มให้เดือดเหลือน้ำประมาณ 1/2 ขัน ใส่เกลือเพียงพอมีรสเค็มนิดหน่อย ดื่มวันละ 1 แก้ว (250 ซี.ซี.)คราวต่อไป รับประทานดอกทีละราว 1 ช่อ
การใช้ชุมเห็ดเทศรักษาขี้กลาก เกลื้อน นำใบสดมาตำให้ถี่ถ้วนใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือผื่นคัน หรือบางทีอาจนำใบชุมเห็ดเทศ 3-4 ใบ มาตำให้ละเอียดเติมน้ำมะนาวบางส่วน ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง หรือใช้ใบสดขยี้ถูนานๆและเป็นประจำตรงรอบๆที่เป็น
รวมถึงใช้ใบสด 4-5 ใบ ตำรวมกับกระเทียม 4-5 กลีบ แล้วเพิ่มเติมปูนแดงนิดหน่อย ทาบริเวณที่เป็นซึ่งได้ใช้ไผ่บางๆฆ่าเชื้อแล้วขูดผิวรอบๆที่นั้นให้มีสีแดง(กรณีขี้กลาก) ทาวันละ3-4 ครั้ง กระทั่งจะหาย แล้วก็เมื่อหายแล้วให้ทาไปอีก 1 สัปดาห์ หรือจะใช้ใบสดตำแช่เหล้า เอาส่วนสุราทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่าจะหาย พบว่าได้ผลดี แต่ว่าไม่ค่อยสำเร็จในกลากที่ผมรวมทั้งเล็บ
รักษาฝีแผลพุพอง ใช้ใบชุมเห็ดเทศ 1 กำมือ ต้มกับน้ำพอท่วม เคี่ยวให้เหลือ 1 ใน 3 นำมาชำระล้างฝีที่แตกแล้ว หรือแผลพุพอง วันละ 2 ครั้งยามเช้า เย็น ถ้ารอบๆที่เป็นกว้างมากใช้สมุนไพร 10-12 กำมือ ต้มกับน้ำใช้อาบตอนเช้าเย็น จวบจนกระทั่งจะหาย
ใช้ใบสดตำพอก เพื่อเร่งให้หัวฝีออกเร็วขึ้น หรือจะใช้ใบผสมกับน้ำปูนใสหรือเกลือหรือน้ำมันตำพอก รักษากลาก แมลงสัตว์กัดต่อย โรคผิวหนัง นอกจากนั้นยังใช้ใบตำพอกหรือคั้นเอาน้ำผสมน้ำปูนใสทาหรือผสมวาสลิน ใช้ทำเป็นยาขี้ผึ้งทาได้อีกด้วย
ส่วนยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติที่ชี้แนะให้ใช้คือ รับประทานครั้งละ 1 – 2 ซอง (ใบชุมเห็ดเทศแห้งซองละ 3 กรัม) (3 – 6 กรัม) ชงในน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร นาน 10 นาที วันละ 1 ครั้งกระโน้นนอน บรรเทาอาการท้องผูก
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของไส้ สารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำขนาดเท่ากันผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 5 กรัม/กิโล ทำให้ลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูตะเภาหดตัวได้ปริมาณร้อยละ 25 ของฤทธิ์จากฮีสตามีน 1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำขนาดเสมอกันผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 10 และ 20 กรัม/กิโลกรัม ส่งผลเพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ของหนูเม้าส์ได้มากกว่ากรุ๊ปควบคุมอย่างเป็นจริงเป็นจัง สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำในขนาด 15 ไมโครกรัม/มล. ทำให้ลำไส้เล็กส่วนปลายของหนูตะเภาหดตัวได้ในหลอดทดลอง เวลาที่สารกลัยวัวไซด์จากใบชุมเห็ดเทศมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเรียบในไส้
ฤทธิ์ในการรักษาอาการท้องผูก เมื่อให้สารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศแห้งด้วยน้ำร้อนกับหนูแรททางปากในขนาด 500 และ 800 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่ามีฤทธิ์ช่วยระบาย และก็เมื่อให้สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำกับหนูเม้าส์ทางปากในขนาดเทียบเท่าผงใบชุมเห็ดเทศแห้ง 5, 10 และก็ 20 กรัม/กก. จะก่อให้หนูเม้าส์ถ่ายเหลว โดยการให้ในขนาดต่ำ (5 กรัม/กิโล) จะออกฤทธิ์ช้ากว่าในขนาดสูง (10 รวมทั้ง 20 กรัม/กิโลกรัม) สาร anthraquinone glycoside จากใบดังเช่น isocrysophanol, physcion-l-glycoside, chrysophanol, emodine, rhein, และ aloe-emodin มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย
ฤทธิ์ต้านทานเชื้อจุลินทรีย์ สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำ สารสกัดด้วยเอทานอล สารสกัดด้วยเมทานอล และสาร aloe-emodin, rhein emodol, 4,5-dihydroxy-1-hydroxymethylanthrone, 4,5-dihydroxymethylanthraquinone และก็ chrysophanol จากใบชุมเห็ดเทศ มีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่ผิวหนังอย่างเช่น Epidermophyton floccosum , Microsporium gypseum, Trichophyton rubrum , T. mentagrophytes แล้วก็ M. canis เมื่อเทียบกับยา tolnaftate สารสกัดด้วยน้ำแล้วก็เอทานอลจากเปลือกต้นชุมเห็ดเทศสามารถยับยั้งเชื้อยีสต์ Candida albicans ได้ โดยที่ความเข้มข้น 30 ไมโครกรัม/ไมโครลิตร จะให้ผลดีเมื่อเปรียบเทียบกับยา ticonazole 30 ไมโครกรัม/ไมโครลิตร แต่สารสกัดจากใบด้วยน้ำและเอทานอลไม่มีฤทธิ์ยั้งเชื้อยีสต์ น้ำมันหอมระเหยจากใบชุมเห็ดเทศ สารสกัดจากเปลือกต้นด้วยเมทานอล มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis ในจานเพาะเชื้อได้ปานกลาง สารสกัดด้วยน้ำจากใบชุมเห็ดเทศสามารถยั้งเชื้อ Escherichia coli ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อถึงที่กะไว้ความเข้มข้นมากกว่า 21.8 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
ผลที่ได้รับจากการวิจัยทางคลินิก (clinical pharmacology) การศึกษาฤทธิ์สำหรับในการรักษาท้องผูก การศึกษาทางสถานพยาบาลแบบสุ่มมีกรุ๊ปควบคุมระหว่างชงชาชุมเห็ดเทศ มิสท์แอลบา แล้วก็ยาหลอก ในโรงหมอชุมชน 5 แห่ง และโรงหมอทั่วไป 1 แห่ง คนป่วยที่ไม่อุจจาระติดต่อกันเกิน 72 ชั่วโมง ปริมาณ 80 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กรุ๊ปแรก รับยาหลอกเป็นน้ำ เติมสีคาราเมล 120 มล. ปริมาณ 28 ราย กลุ่มที่สองรับยามิสท์แอทบา 30 มล. น้ำ 90 มิลลิลิตร จำนวน 28 รายและก็กรุ๊ปลำดับที่สามรับน้ำละลายชุมเห็ดเทศ ได้จากการชงผงชุมเห็ดเทศจำนวน 3-6 กรัม ในถุงกระดาษ แช่ลงไปภายในน้ำเดือด 120 มล. นาน 10 นาที จำนวน 24 ราย คนป่วยทั้งยัง 3 กรุ๊ปมีลักษณะไม่มีความต่างกัน ได้รับยารับประทานก่อนนอนประมวลผลจากการขี้หรือไม่ถ่ายอุจจาระด้านใน 24 ชั่วโมง พบว่า ได้ผลอึภายใน 1 วัน จำนวนร้อยละ 18,86 และก็ 83 ตามลำดับ ซึ่งพบว่าผลของกลุ่มชุมเห็ดเทศและมิสท์แอลบาดีกว่ายาหลอกอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติแม้กระนั้นพบอาการท้องเดินในกลุ่มที่ได้รับมิสท์แอลบามากกว่า คนป่วยกลุ่มที่ได้รับชุมเห็ดเทศมีความพอใจมากกว่ายาหลอก สรุป ยาชงชุมเห็ดเทศมีประสิทธิภาพที่ดีสำหรับในการรักษาอาการท้องผูก
ส่วนอีกการทดลองหนึ่งพบว่าเมื่อผสมผงใบชุมเห็ดเทศในอาหารในขนาดจำนวนร้อยละ 2 แล้วก็ 10 ของอาหาร แล้วให้หนูแรทกินนาน 4 สัปดาห์ จะพบแผลในลำไส้ ตับ และก็ไต แล้วก็หรูหราฮีโมโกลบินและ packed cell volume (PCV) สูงขึ้น แต่ว่าจำนวนเม็ดเลือดแดงต่ำลงใน 2 สัปดาห์แรก เมื่อใส่สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยเอทานอลขนาด 100 มิลลิกรัมในน้ำให้หนูแรทกินนาน 14 วัน พบว่ากำเนิดแผลในตับ เซลล์ตับตายกระจุยกระจายแล้วก็มีการคั่งของเลือดในเส้นเลือดดำ การฉีดสารemodin รวมทั้ง kaemferol ขนาด
10 มิลลิกรัม เข้าท้องหนูแรทต่อเนื่องกัน 14 วัน หรือฉีดสาร aloe-emodin ขนาด 100 มิลลิกรัม สาร rhein ขนาด 70 มก. เข้าท้องนาน 4 วัน พบว่ากำเนิดแผลในตับของหนูทุกกรุ๊ป กลุ่มที่ได้รับ aloe-emodin จะพบเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย หนูทุกกลุ่มหรูหราฮีโมโกลบิน แล้วก็ PCV ลดน้อยลงด้านใน 14 วัน เมื่อป้อนสารสกัดจากใบด้วยน้ำขนาด 10, 50, 100 และก็ 250 มิลลิกรัม/โล ให้หนูแรทนาน 14 วัน จะเจอระดับฮีโมโกลบินและก็ เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันหนูมีอาการไม่อยากอาหาร ผอมบางรวมทั้งน้ำหนักลด
การศึกษาเล่าเรียนในผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคกลากแล้วก็โรคเกลื้อนสารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์และก็ครีมชุมเห็ดเทศเข้มข้นร้อยละ 20 สามารถรักษาผู้ป่วยโรคกลาก 30 ราย และก็โรคเกลื้อน 10 ราย ก้าวหน้าเท่ากันกับยาขี้ผึ้ง whitfield แม้กระนั้นไม่มีผลรักษาราที่เล็บและหนังศีรษะ ยาเตรียมชุมเห็ดเทศในต้นแบบทิงเจอร์รวมทั้งครีม(ซึ่งมีสารสำคัญ rhein 600 ไมโครกรัม/กรัม) ให้ผลสำหรับเพื่อการรักษาคนป่วยโรคกลากเกลื้อนที่ผิวหนังได้เหมือนกันกับยาครีมโคลตรีมาโซลร้อยละ 1 สารสกัดใบชุมเห็ดเทศสดด้วยน้ำ (ใบสด 100 กรัมต่อน้ำ 50 มิลลิลิตร) ความเข้มข้นจำนวนร้อยละ 100 ทาบริเวณแขน แล้วก็ขา หรือความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 90 ทาบริเวณคอ และมือ รวมทั้งความเข้มข้นจำนวนร้อยละ 80 ทาบริเวณหน้า วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน 2 ชั่วโมง มีผลรักษาโรคกลากโรคเกลื้อนประเภท Pityraisis versicolor ที่มีเหตุที่เกิดจากเชื้อรา Malassezia furfur ในคนไข้จำนวน200 คนได้
การเรียนรู้ทางพิษวิทยา การทดสอบความเป็นพิษ การทดสอบความเป็นพิษทันควัน พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 ในขนาด 15 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 โล ไม่มีพิษเมื่อให้หนูเม้าส์ทางปากรวมทั้งฉีดเข้าใต้ผิวหนัง แต่มีความเป็นพิษเล็กน้อยเมื่อฉีดเข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ รวมทั้งเมื่อฉีดสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ปริมาณร้อยละ85 เข้าทางท้องหนูเม้าส์ในขนาด 2 กรัม/กิโลก็ไม่เจอความเป็นพิษ สารสกัดจากใบด้วยน้ำและสารสกัดจากส่วนเหนือดินของชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ปริมาณร้อยละ 50 มีความเป็นพิษปานกลางเมื่อฉีดเข้าทางท้องหนูเม้าส์
โดยขนาดของสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ปริมาณร้อยละ 50 ที่ทำให้หนูถีบจักรตายร้อยละ 50 (LD50) เป็น ขนาดที่ให้ทางปากรวมทั้งทางผิวหนังมากยิ่งกว่า 15 กรัมต่อกก.และก็ทางท้อง 8.03 กรัมต่อกก.
การทดลองพิษครึ่งเรื้อรังของผงใบชุมเห็ดเทศในหนูขาววิสตาร์ 4 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 24 ตัว (เพศผู้ 12 ตัว เพศภรรยา 12 ตัว) เป็นกลุ่มควบคุมและก็กลุ่มที่ได้รับยาใช้ภายนอกงปากขนาด 0.03 , 0.15 รวมทั้ง0.75 กรัมต่อโลต่อวัน (ซึ่งเปรียบเทียบได้กับได้รับ 1 5 และก็ 25 เท่า ของขนาดที่รักษาในคน) ผลเป็น ไม่เจอพิษทุกกลุ่ม มีการเจริญเติบโตธรรมดาการตรวจทางเลือดวิทยารวมทั้งวิชาชีวเคมีปกติ ไม่พบพยาธิภาวะรวมทั้งจุลพยาธิวิทยาของอวัยวะภายในที่ไม่ปกติ
พิษต่อระบบแพร่พันธุ์ เมื่อฉีดสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50 เข้าท้องหนูแรทในขนาด 125 มิลลิกรัม/กิโล ไม่มีผลทำให้แท้งและไม่พบพิษต่อตัวอ่อนแต่ผลต่อความเคลื่อนไหวของรอบเดือนไม่ชัดเจน ส่วนสารสกัดจากใบด้วยน้ำขนาด300ไมโครกรัม/มิลลิลิตร มีฤทธิ์ทำให้มดลูกหนูแรทหดตัวในหลอดทดสอบแล้วก็มีฤทธิ์เสริม oxytocin
พิษต่อเซลล์ การทดลองความเป็นพิษต่อเซลล์โดยใช้ brine shrimp พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยน้ำในขนาด 7.74 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้ brine shrimp ตายไปครึ่งหนึ่ง รวมทั้งสารสกัดนี้มีความเป็นพิษต่อเซลล์ Vero โดยความเข้มข้น 1,414 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ทำให้เซลล์ Vero ตายไปครึ่งหนึ่ง
ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ สารสกัดใบชุมเห็ดเทศด้วยเอทานอล มีผลก่อกลายพันธุ์ในSalmonella typhimurium strain TA98 และก็พบว่าสารสกัดชุมเห็ดเทศด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ S. typhimurium strain TA98 และTA100 โดยสำหรับในการออกฤทธิ์ต้องการโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจากตับหนูกระตุ้นการออกฤทธิ์
คำแนะนำ/ข้อควรพิจารณา

1. ระมัดระวังการใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้เจ็บป่วย inflammatory bowel disease แล้วก็สภาวะทางเดินอาหารอุดตัน คนสูงอายุ หญิงให้นมบุตร เพราะสารmetabolite บางตัวเป็นต้นว่า rhein ถูกคัดเลือกหลั่งทางน้ำนม
2. ควรใช้ยาระบายเป็นบางโอกาส ไม่สมควรใช้ติดต่อกัน เพราะสารแอนทราควิโนนในใบชุมเห็ดเทศ มีฤทธิ์ทำให้ลำไส้บีบตัวแล้วก็ขยับเขยื้อนเร็ว ใช้ติดต่อนานจะทำให้ไส้คุ้นชินต่อการใช้ยา ถัดไปถ้าเกิดไม่ใช้จะมีผลให้ไส้ไม่บีบตัวไม่ขยับเขยื้อนเกิดท้องผูกhttps://www.disthai.com/
3. การรับประทานยาในขนาดสูงอาจจะเป็นผลให้กำเนิดไตอักเสบ มีเลือดหรือโปรตีนในเยี่ยวมากยิ่งกว่าธรรมดา
4. การใช้ต่อเนื่องนานๆอาจมีผลลดปริมาณเม็ดเลือดแดง และก็ฮีโมโกลบิตและอาจจะทำให้เกิดแผลที่ตับ
5. การใช้สม่ำเสมอในขนาดสูงนานๆอาจกำเนิดระบบการดูดซึมผิดปกติ มีการดูดกลับของเหลวต่ำลง เกิดภาวะระดับโพเทสเซียมรวมทั้งแคลเซียมในเลือดต่ำ
6. ห้ามใช้ในสตรีท้อง
7. การใช้ชุมเห็ดเทศในขั้นแรกๆอาจทำให้เกิดอาการไม่ปรารถนา ตัวอย่างเช่น ลักษณะของการปวดมวนท้องเพราะเหตุว่าการบีบตัวของลำไส้ใหญ่รวมทั้งอาจมีอาการอาเจียน ของกินไม่ย่อยแล้วก็เจ็บท้องได้
หนังสืออ้างอิง
1. เภสัชกรชัยโย ชัยชาญทิพยุทธ.ชุมเห็ดไทย/ชุมเห็ดเทศ.คอลัมน์ สมุนไพรน่าสนใจ.วารสารหมอราษฎร.เล่มที่ 26 .เดือนกรกฎาคม .2524
2. ฉัตรโย สวัสดิไชย,สุรศักดิ์ อิ่มใหม่เอี่ยม.ชุมเห็ดเทศ.ยาน่ารู้.นิตยสารศูนย์การศึกษาเล่าเรียนแพทยศาสตร์สถานพยาบาล โรงหมอพระปกเกล้า.ปีที่ 34 ฉบับที่4.ต.ค.-ธันวาคม.2560 หน้า.352-355
3. ดร.วิทย์ เที่ยงตรงบูรณธรรม.“ชุมเห็ดเทศ”. หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5. หน้า 271-274.
4. เปี่ยม บุณยะโชติ. ตำราเรียนโบราณกล่าวถึงโรคเด็กและคุณผู้หญิง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เฟื่องอักษร, 2514. หน้า 39.
5. กองวิจัยทางด้านการแพทย์. สมุนไพรประจำถิ่น ในตอนที่ 1. กรุงเทพมหานคร: กรมวิทยาศาตร์การแพทย์. กระทรวงสาธารณสุข, 2526. หน้า 34.
6. ดร.นิจศรี เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละลุกปต์. “ชุมเห็ดเทศChumhet Tet)”. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1 หน้า 108.
7. พระเทวดากระจ่างยอด. ตำราเรียนยากลางบ้าน. จังหวัดกรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มงกุฏราชวิทยาลัย, 2524. หน้า 140.
8. ชุมเห็ดเทศ.ฐานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
9. วิทยา บุญวรพัฒน์. “ชุมเห็ดเทศ”. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีนที่ใช้หลายครั้งในประเทศไทย. หน้า 208.
10. เภสัชกรหญิง จุไรรัตน์ กำเนิดดอนแฝก. “ชุมเห็ดเทศ”. หนังสือสมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ประเภท. หน้า 74-75.
11. (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล). “ชุมเห็ดเทศ Ringworm Bush”. หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ. หน้า 75.
12. ชุมเห็ดเทศ.ฐานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ม.อบ..
13. คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา. บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ. 2549 ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2549 เรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติพุทธศักราช 2547 (ฉบับที่ 4). จ.กรุงเทพฯ: สถานที่พิมพ์รวมกันสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด, 2549
14. วันดี กฤษณพันธ์ แม้สรวง วุฒิอุดมเยี่ยม มัลลิกา ไตรบารมี สุภาวี อาชวาคม. การเรียนฤทธิ์ต้านทานเชื้อราของสารแอนทราควิโนนจากใบชุมเห็ดเทศ. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และก็เทคโนโลยีที่ประเทศไทย ครั้งที่ 24, 19-21 เดือนตุลาคม ณ. ศูนย์สัมมนาแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ, 2541.
15. Harrison J, Garro CV. Study on anthraquinone derivatives from Cassia alata L. (Leguminosae). Rev Peru Bioquim 1977;(1):31-2.
16. จินตนา สุทธชนาความรื่นเริง และก็แผนก. ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อราของใบชุมเห็ดเทศ. รวมบทคัดย่องานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยการแพทย์แผนไทยและแนวทางการศึกษาเรียนรู้วิจัยในอนาคต สถาบันการแพทย์แผนไทย, 2543.
17. Akah PA. Abortifacient activity of some Nigerian medicinal plants. Phytother Res 1994;8(2):106-8.
18. Plengvidhya P, Suvagondha C. A study of diagnostic contents of leaves of some members in genus Cassia. J Pharm Assoc Siam, Third series 1957;10(1):10-2.
19. เกษร นันทจิต. ฤทธิ์ต้านจุลชีวันของใบชุมเห็ดเทศ (Cassia alata Linn.). รายงานการวิจัย ที่ทำการคณะกรรมการศึกษาค้นคว้าแห่งชาติ, 2538.
20. เสาวลักษณ์ ดงษ์สวย. ฤทธิ์ต้านทานจุลินทรีย์ของสารสกัดจากพืชสกุล Cassia sp. รายงานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2543.
21. Thamlikitkul V, Dechatiwonges T, Chantrakul C, et al. Randomized controlled trial of Cassia Alata Linn. for constipation. J Med Assoc Thai 1990;73(4):217-21.
22. Mokkhasmit M, Swatdimongkol K, Satrawaha P. Study on toxicity of Thai medicinal plants. Bull Dept Med Sci 1971;12(2/4):36-65.
23. Rao JVLN, Sastry PSR, Poa RVK, Vimaladevi M. Occurrence of kaempferol and aloe-emodin in the leaves of Cassia alata. Curr Sci 1975;44(20):736-7.
24. ท้องนาถฤดี สิทธิสมตระกูล ทรงพล ชีวะพัฒน์ เอมจิต หวังหมัด สุลูกสาว ไชยราช พัชรินทร์ รักษามั่น จรินทร์ จันทรฉายะ. พิษของใบชุมเห็ดเทศ. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์2534;33(4):145-54.
25. Somchit MN, Reezal I, Nur IE, Mutalib AR. In vitro antimicrobial activity of ethanol and water extract